พยายามสร้างทุกอย่างเพื่อสองคน แต่อีกคนกลับไม่เคยเข้าใจคุณค่าของมันเลย เหนื่อยจริงๆ
คนข้างกาย เค้าดูแลใจ ใส่ใจกันและกัน เพราะพรุ่งนี้อาจเกิดอะไรกับชีวิตของอีกคน ก็ไม่อาจรู้
เวลาที่มีความสุขด้วยกันมันน้อยนะ แต่กลับเลือกมาก ต้องการเปลี่ยนแปลงในทางที่สังคมรอบข้างปั่นหูมา ลืมสิ่งที่ผ่านมาด้วยกัน ความสุขค่อยๆจางหายไป กัดกลืนความรู้สึกดีๆลึกๆในใจจนหมดสิ้น และกลายเป็นทำให้อีกคนต้องเสียใจ
แล้วคุณจะรู้ว่า การที่มาท้าทายจิตใจผมแบบนั้น รสชาติของมันคืออะไร..
ผมจะไม่ทำอะไร แต่คุณจะไม่มีวันได้ ผม คนเดิมกลับมา
ตอนนี้ status ของคุณ เปลี่ยนจาก คนที่ผม care ที่สุดคนนึง เป็นคนที่ผมไม่อยากแม้จะเห็นหน้าวินาทีนึง ไปแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะนานแค่ไหน หรืออาจตลอดไป ทั้งนี้ มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตัวคุณ จะทำกับผม..
Win
ผมไม่ได้อยากได้เงินแล้ว อยากทำอะไรที่เกิดมาเพื่อมันเท่านั้น ผมตายเพื่อมันได้ แต่ผมตายแทนเงินไม่ได้ พึ่งจะเข้าใจตัวเองมากขึ้นวันที่ชีวิตมันผ่านไปกับอะไรที่ไม่ตอบโจทย์ มันเซงมาก
คุณอาจจะบอกว่าผมปฏิเสธความจริง มันก็คงจะเป็นแบบนั้นส่วนนึง เกิดมาบนโลกมันไม่จำเป็นว่าจิตใจต้องอยู่แต่บนโลกเสมอไป บางทีอิทธิพลของจินตนาการมันก็สำคัญกว่า
แล้วคุณหละตายเพื่ออะไรได้? เงินหรือสิ่งใด?
Win
ทำทีละสิ่งน้อยๆแต่ดีๆเด่นๆ ดีกว่าทำไปซะทุกอย่าง
ต้องรีบทำให้เสร็จ งานมันก็ไม่ remarkable เสียเวลาในชีวิตเปลืองพลังงานเปล่าๆ
สุดท้ายก็ไม่ 100% สักงาน
ทำให้เสร็จมันทำได้ แต่จะให้สร้างความเปลี่ยนแปลง และทำให้น่าจด ก็ยาก
ถ้าทำแล้วออกมาระดับ average ก็จะไม่ต่างจากของคนอื่น
ถ้าอยากทำหลายอย่างจริงๆ ก็ทำได้ แต่ควรเอาให้อยู่ทีละอย่างก่อน
แบ่งเวลา full time คืออะไร part time คืออะไร
แบบนี้ก็เริ่มๆไปพร้อมกันได้
ทำอะไรก็ต้องเลือกระหว่าง
1. สร้างอะไรตามความต้องการของลูกค้า กับ
2. สร้างอะไรตามความต้องการของตัวเอง
แบบแรกก็ดีเป็น concept ของการหา need แล้ว implement เช่น lean ก็ใช่
แบบที่สองนี่ก็ทำแล้วสะใจ แต่อาจไม่workเลยก็ได้ คงจะเหนื่อยและกินเวลาเอามากๆ
ผมไม่เชื่อในแบบแรก
ผมว่าเราควรทำแบบที่สองแล้ว ปรับไปหาแบบแรก
ทำแล้ว ต้องมีความสุุขก่อน และมันจะต่อยอดไปได้อีก แต่ต้องไม่ลืมที่จะดึง คนที่ เชื่อ เหมือนเราเข้ามาร่วมกันด้วย เน้นว่าดึง ไม่ใช่ตามใจ หรือเข้าหา
ชอบมีพวกบอกว่า ตามใจลูกค้าทุกสิ่งอย่างเถอะ มึงจะบ้าหรอ ถ้าจะเชื่อลูกค้าทุกอย่าง
มึงก็ให้เค้ามาบริหารสิ ตกลงมึงจะทำขึ้นมาทำไมวะเนี่ย..
เหมือนผู้หญิง ถ้าเราเอาแต่ตามใจ ก็จะเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจ เพราะเราเลี้ยงเค้าไม่เป็น
สุดท้ายเค้าก็จะไป เพราะได้จากเราหมดแล้ว เบื่อเราแล้ว ต้องไปหาไรที่”ตื่นเต้น”กว่า
หลักจิตวิทยานี้ใช้ได้กับทุกสรรพสิ่ง..
ผมชอบธุรกิจที่มีจดขายคือความเชื่อ ผมจะทำแบบนั้น
ผมไม่อยากเชื่อใคร/ตำราเล่มไหนแล้ว ช่างหัวพ่อมัน
ผมเปิดรับแล้ว concept บางอย่าง ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันทำแล้วไม่ happy
พอไม่ happy ก็จบ ต่อให้ได้เงิน
ผมขอทั้ง happy และเงิน แล้วกัน เพราะฉะนั้นขอเพิ่ม
3. สร้างอะไรที่เรา “เชื่อ” หาคนที่เชื่อ สอนเค้า และค่อยๆดึงคนมาร่วมเชื่อกับเรามากขึ้น
ยุคนี้ ขอตั้งชื่อว่า ยุคแห่งความเชื่อ
มานั่งคิดดู ทุกสิ่งหากต้องดับสูญไป มีแค่เพียง “ความเชื่อ” ที่สามารถคงอยู่ โดยไม่ขึ้นกับเวลา
เมื่อเราท้อแทหรือหมดกำลังใจ ความเชื่อเป็นแสงสุดท้ายทำให้ก้าวเดินต่อไป
เป็นสิ่งที่ทำให้คนเชื่อมเข้าด้วยกัน
เป็นสิ่งที่มีผลอย่างรุนแรงที่สุด สำหรับเปลี่ยนใจคน รวมไปถึงการทำการตลาด
หากเราต้องสูญเสียทุกสิ่ง ความเชื่อ คือสิ่งเดียวที่เราไม่ควรสูญเสีย แม้จะต้องเสียอะไรไปก็ตาม..